Posted in คณิตศาสตร์

🔢ส่องดูหลักสูตรคณิตศาสตร์สิงคโปร์ อนุบาลถึงประถม3 (6)🧮

ในบทความนี้จะมาต่อกันเรื่องคณิตศาสตร์สิงคโปร์ของชั้นประถมศึกษาปีที่สองกันนะคะ อย่างที่เคยบอกไปในบทความก่อนๆว่าบีมัมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญด้านคณิตศาสตร์ ดังนั้นถ้าเกิดมีความผิดพลาดประการใดได้โปรดช่วยแนะนำตักเตือนและต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยค่ะ

ทบทวนโครงสร้างหลักสูตรของคณิตศาสตร์สิงคโปร์ระดับชั้นประถมศึกษา

เนื้อหาการเรียนคณิตศาสตร์ชั้นประถม 2 ตามหลักสูตรสิงคโปร์

🔴หัวข้อการเรียนรู้เรื่องจำนวนและตัวเลข🔴

จำนวนถึง 1000

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • นับทีละสิบและทีละร้อยได้
  • บันทึกค่าจำนวนได้ทั้งหลักหน่วย, หลักสิบและหลักร้อย โดยทำสัญลักษณ์ไว้
  • อ่านและเขียนจำนวนได้ทั้งตัวเลขและคำศัพท์
  • เปรียบเทียบค่าจำนวนและสามารถเรียงลำดับจากน้อยไปมาก(และย้อนกลับได้)
  • สามารถสร้างแพทเทิร์นของจำนวนและตัวเลขได้
  • เข้าใจเรื่องเลขคู่และเลขคี่

กิจกรรมการเรียนรู้

  • ให้นักเรียนพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้จำนวนและตัวเลขในสถานการณ์จริงต่างๆพร้อมทั้งให้เหตุผลว่าทำไมถึงใช้ตัวเลขนั้นและใช้อย่างไร
  • แบ่งกลุ่มกันใช้วัตถุจริงเพื่อนับเป็นทีละ “ชุดสิบ” และทำความเข้าใจว่าถ้านำชุดสิบมาสิบชุดจะได้จำนวน 100 และถ้านำ “ชุด100”มาสิบชุดจะได้จำนวน 1000
  • ทำความคุ้นเคยกับกองวัตถุจำนวน “100” ว่ามีขนาดประมาณไหน แล้วฝึกกะจำนวน(subtizing)ของหลักหลายร้อยโดยยังไม่ต้องนับ ว่ามีจำนวนประมาณเท่าไหร่
  • ใช้วัตถุจริงที่เป็น “ชุดสิบ” มาทำให้เห็นภาพของตัวเลขสามหลัก ใช้วิธีปัดเศษที่เกินมาหรือขาดไปจากชุดสิบ (เช่น 238 คือชุดสิบ 24ชุดที่เอาวัตถุออกไป สองชิ้น)
  • ใช้การ์ดหลักจำนวน(place value card) มาทำความเข้าใจเรื่องหลักของจำนวน เช่นเลข 3ของจำนวน333 จะมีค่าเป็น 3,30 หรือ 300 ก็ขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่มันวางอยู่ โดยยิ่งอยู่ตำแหน่งไปทางซ้ายมือมากเท่าไหร่ก็จะยิ่งมีค่ามากขึ้นเท่านั้น
  • ใช้การ์ดหลักจำนวนเพื่อเปรียบเทียบค่าของตัวเลขและฝึกใช้คำพูดเช่น มีค่ามากที่สุด มีค่าน้อยที่สุด มีค่ามากกว่า มีค่าน้อยกว่า มีค่าเท่ากัน (ตัวอย่างเช่น 625, 127, 912, 200 -> เลข2ตัวที่อยู่ใน625 มีค่าเท่ากับตัวที่อยู่ใน 127,มีค่าน้อยกว่าตัวที่อยู่ใน 200 และมากกว่าตัวที่อยู่ใน 912)
  • สามารถบรรยายชนิดและรูปแบบของแพทเทิร์นจำนวนและตัวเลขที่ให้มา, สามารถต่อแพทเทิร์นนั้นได้ และตอบได้ว่าจำนวนและตัวเลขใดที่หายไปจากแพทเทิร์น

ตัวอย่าง

• การนับทีละสิบ (10, 20, 30, 40, 50…)

• มีบล็อกแท่งสิบอยู่ 6 แท่ง และบล็อกอีก 9 ชิ้น ดังนั้นมีบล็อกทั้งหมดจำนวน 69 ชิ้น

• สามารถเปรียบเทียบจำนวนได้

• เข้าใจเรื่องค่าจำนวนที่อยู่ระหว่างจำนวนหลักสิบ เช่น 53 อยู่ระหว่าง 50 และ 60 โดยมีค่าค่อนไปทาง 50 มากกว่า 60

• การฝึกกะประมาณค่าจำนวน

• ทำความรู้จักจำนวน “100”

• ค่าของหลักสิบและหลักหน่วย มีลูกปัดค่าหลักสิบอยู่ 7 อัน = 70 และมีค่าหลักหน่วยอยู่ 8 รวมกันเป็น 78

• ค่าของหลักสิบและหลักหน่วย 8(10)+1 = 81

• ค่าของหลักร้อย สิบ และหน่วย 6(100)+9(10)+2 = 692

• ค่าของหลักร้อย สิบ และหน่วย 3(100)+4(10)+5 = 345

• การทำความเข้าใจค่าของตัวเลขในหลักต่างๆด้วยการ์ดหลักจำนวน (Place value card)

• ค่าเลข 2 มีค่าต่างกันขึ้นกับหลักจำนวน(สีเหลืองคือ 2,สีเขียวคือ 20,สีฟ้าคือ 200)

คลิกเพื่อดาวน์โหลดpdf fileของการ์ดหลักจำนวน 0-1000

• ความเข้าใจเรื่องจำนวนคู่และคี่

• จำนวนคู่คือจำนวนที่จัดเป็นกลุ่ม 2 ได้ลงตัว เช่น 2, 10, 6, 8, 14

• จำนวนคี่คือจำนวนที่จัดเป็นกลุ่มสองได้ไม่ลงตัว เช่น 7, 15, 9, 1, 19, 11, 13

• ความเข้าใจเรื่องแพทเทิร์นของจำนวนและคิดวิธีหาจำนวนที่หายไปได้ เช่นใช้การวาดภาพหรือเส้นกราฟจำนวน

การบวกและการลบ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • เข้าใจalgorithm ของการบวกและลบเลขได้ถึงสามหลัก
  • แก้โจทย์ปัญหาสองชั้นเกี่ยวกับเรื่องการบวกและการลบ
  • คำนวณในใจ(mental calculation) ของเลขได้ทั้งสามหลัก(เช่น หลักหน่วย 3+5,หลักสิบ 30+50,หลักร้อย 300+500)

กิจกรรมการเรียนรู้

  • เขียนสมการจากเรื่องราวเกี่ยวกับจำนวน(number stories) โดยใช้เครื่องหมาย +,-,=ได้ (เข้าใจความหมายของเครื่องหมายเท่ากับ)
  • สามารถคิดเลขบวกลบเลขจำนวนไม่เกิน 20 ได้คล่องแคล่วชำนาญ โดย

– เข้าใจความสัมพันธ์ของการบวกและลบและเขียนสมการได้ 4 รูปแบบ เช่น 7+9=16, 9+7=16, 16-7=9, 16-9=7

– เล่นเกมต่างๆที่ช่วยฝึกการบวกลบ รวมถึงเกมในแอพพลิเคชันและเกมดิจิตอลต่างๆด้วย

  • แบ่งกลุ่มกันนำ “ชุดสิบ” มาฝึกทำความเข้าใจalgorithm ของการบวกลบเลขถึงสามหลัก
  • ใช้โมเดลของเรื่อง part-whole และการเปรียบเทียบจำนวนมาใช้ทำความเข้าใจการบวก ลบ และนำมาใช้เพื่อให้เห็นภาพการแก้โจทย์ปัญหาว่าในขั้นตอนนี้ควรใช้วิธีการบวกหรือการลบกันแน่
  • ใช้โมเดลการเปรียบเทียบเพื่อฝึกให้เด็กใช้คำพูดเช่น “อารีมีสติ๊กเกอร์มากกว่ามายา 30 ดวง)
  • ฝึกแก้สมการชั้นเดียวที่ประกอบด้วยสองส่วนให้คล่องก่อน(เช่น มีขนม 5ชิ้น(ส่วนที่ 1) ,เพื่อนขอแบ่งไป3ชิ้น(ส่วนที่ 2) เหลือขนมกี่ชิ้น? ก่อนจะเริ่มฝึกแก้สมการสองชั้น
  • ใช้เกมต่างๆรวมถึงแอพพลิเคชันและเกมดิจิตอลมาฝึกฝนการบวกลบเลขสามหลักจนคล่องชำนาญ
  • แบ่งกลุ่มช่วยกันคิดตั้งโจทย์ปัญหาที่เกี่ยวกับการบวกและลบทั้งชั้นเดียวและสองชั้น เพื่อให้กลุ่มอื่นมาแก้โจทย์

ตัวอย่าง

• จงใช้การ์ดจำนวนที่ให้มาจับคู่ที่รวมกันได้ 20

(1 + 19, 3 + 17, 6 + 14, 7 + 13, 9 + 11)

• ลองฝึกจับคู่สิบและคู่ร้อย

• ฝึกการบวกในใจด้วยการจัดกลุ่มสิบ

• ฝึกการบวกในใจด้วยการจัดกลุ่มสิบ

• ฝึกการลบด้วยการใช้วัตถุหรือภาพช่วย

การคูณและการหาร

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • เรียนรู้การคูณของ 2,3,4,5 และ 10
  • ใช้เครื่องหมายหาร(-:-)ได้
  • เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการคูณและการหาร
  • ใช้ตารางสูตรคูณเพื่อคูณและหารเลขได้
  • ใช้ตารางสูตรคูณในการแก้โจทย์ปัญหาการคูณและการหารชั้นเดียวได้
  • เริ่มคำนวณในใจการคูณและหารแม่2,3,4,5และ10ได้

กิจกรรมการเรียนรู้

  • แบ่งกลุ่มช่วยกันแต่งนิทานเกี่ยวกับการคูณและหาร เขียนสมการสำหรับนิทานแต่ละเรื่องและอธิบายความหมายของเครื่องหมาย เท่ากับ (=)
  • ใช้วัตถุจริงและรูปภาพแสดงถึงการคูณและการหาร เช่นวางของเรียงแสดงถึง “12หารด้วย3”
  • สำรวจหาแพทเทิร์นของสูตรคูณ 2,3,4,5และ 10ผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่นระบายสีลงในตารางช่อง 100
  • ฝึกการจำสูตรคูณให้ชำนาญ เช่น ใช้การ์ดสูตรคูณ,เล่นเกมต่างๆรวมถึงแอพพลิเคชันและเกมดิจิตอล รวมถึงฝึกเขียนความสัมพันธ์ระหว่างการคูณและหาร เช่น 3×4=12, 4×3=12, 12-:-4=3, 12-:-3=4
  • แบ่งกลุ่มช่วยกันตั้งโจทย์ปัญหาเกี่ยวกับการคูณและหาร (อาจใช้วัตถุจริงหรือรูปภาพแสดงความหมายได้ถ้าจำเป็น)
  • ลองแก้โจทย์ปัญหาที่แปลกใหม่ไม่เคยพบ ด้วยการใช้สัญชาตญาณหรือcommon sense, ให้วาดไดอะแกรมเพื่ออธิบายวิธีคิดของตนเอง

ตัวอย่าง

• ทำความเข้าใจเรื่อง “ทวีคูณ”

• ให้ลองสร้างภาพการคูณของแม่ 4

• สังเกตเห็นแพทเทิร์นของการเพิ่มขึ้นทีละ 4 ไปเรื่อยๆ

• จากภาพ จงเขียนสมการการคูณเพื่อหาจำนวนของดอกกุญแจทั้งหมด

( 9×2 = 18)

• รถของเล่น 1 คันมี 4 ล้อ จากภาพมีจำนวนล้อทั้งหมดเท่าไหร่ จงเขียนสมการ

(7×4 = 28)

• ลองนำวัตถุหรือภาพมาฝึกจัดกลุ่มจำนวนเพื่อให้เข้าใจการหาร

• จากภาพ ลองจัดให้ได้สามกลุ่มที่มีจำนวนบล็อกเท่าๆกันแล้วเขียนสมการการหาร

(12 -:- 3 = 4)

• มีลูกแก้วทั้งหมด 8 ลูก แบ่งให้เด็ก 4 คนเท่าๆกัน ได้คนละเท่าไหร่ จงเขียนสมการการหาร

(8 -:- 4 = 2)

• เข้าใจความสัมพันธ์ของการหาร เช่น 6 -:- 3 = 2, 6 -:- 2 = 3)

• ทำความเข้าใจว่าการหารบางครั้งก็ไม่ลงตัว มีเศษเกิดขึ้นได้

• ทำความเข้าใจเรื่องการหารที่มีเศษเหลือ

เศษส่วน

ความเข้าใจเรื่องเศษส่วน

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • เข้าใจความหมายว่าเศษส่วนหมายถึงนำมาส่วนหนึ่งของทั้งหมด
  • สามารถจดบันทึกหรือวาดรูปค่าของเศษส่วนได้
  • สามารถเปรียบเทียบและเรียงลำดับเศษส่วนที่ตัวส่วนมีค่าไม่เกิน 12 ได้

-Unit fractions – เศษส่วนที่นำจำนวน 1 มาแบ่งส่วน เช่น 1/2, 1/3, 1/4…

-Like fractions – เศษส่วนที่มีตัวส่วนเหมือนกัน เช่น 2/8, 5/8, 7/8

กิจกรรมการเรียนรู้

  • ยกตัวอย่างของการใช้เศษส่วนในชีวิตประจำวันได้และใช้คำอธิบายเช่น นำมา สองจากสามส่วน
  • ใช้วัตถุของจริง, รูปวงกลมเศษส่วนหรือรูปภาพแสดงความหมายของเศษส่วนเป็น unit fraction เช่น 3/5 คือ 1/5 + 1/5 + 1/5 และเปรียบเทียบขนาดของเศษส่วนต่างๆได้ว่ามากหรือน้อยต่างกันเพียงไร
  • ใช้รูปวงกลมเศษส่วนเพื่อเปรียบเทียบและทำความเข้าใจว่า unit fractionที่มีตัวส่วนมากกว่ากลับแปลว่ามีขนาดน้อยกว่า เช่น 1/6 < 1/3
  • ใช้รูปวงกลมเศษส่วนเพื่อเปรียบเทียบและทำความเข้าใจว่า like fractionที่มีตัวเศษมากกว่าแปลว่ามีขนาดใหญ่กว่า เช่น 6/7 มากกว่า 4/7
  • เล่นเกมต่างๆเช่นการ์ดเศษส่วน หรือเกมดิจิตอล ชนเด็กเกิดความคล่องชำนาญเรื่องเข้าใจความหมายและการเปรียบเทียบขนาดของเศษส่วน

การบวกและลบเศษส่วน

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • การบวกลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเดียวกัน (like fractions) ไม่เกิน 12 เช่น 3/12+ 5/12

กิจกรรมการเรียนรู้

  • แบ่งกลุ่มช่วยกันแต่งนิทานเกี่ยวกับเศษส่วนที่มีตัวส่วนเป็นจำนวนเดียวกัน
  • ใช้ภาพวงกลมเศษส่วนเพื่อทำความเข้าใจเรื่องการบวกและลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเดียวกัน (like fractions)

ตัวอย่าง

• จากภาพ จงเลือกรูปที่ถูกแบ่งเป็นส่วนเท่าๆกัน (D, E, F)

• เรียนรู้เรื่อง Unit fractions และ Like fractions

• Unit fractions – เข้าใจว่าการนำจำนวน “1”หรือทั้งหมดมาแบ่งส่วน ตัวส่วนมากขึ้น ค่าจะยิ่งน้อยลง

• ฝึกการแบ่งส่วนของจำนวน

• ฝึกการบวกและลบเศษส่วนที่มีตัวส่วนเท่ากัน (Like fractions)

เงิน

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • นับจำนวนเงินได้เป็นบาทและสตางค์
  • อ่านและเขียนจำนวนเงินเป็นเลขทศนิยมได้ เช่น 3.50 บาท
  • เปรียบเทียบค่าของเงินเป็น 2 และ 3 เท่าได้
  • แปลงค่าจำนวนเงินจากจุดทศนิยมเป็นบาทและสตางค์ได้ เช่น 3.50 บาทคือสามบาทห้าสิบสตางค์
  • แก้โจทย์ปัญหาเกี่ยวกับเงินโดยใช้หน่วยบาทหรือสตางค์เพียงหน่วยเดียวได้

กิจกรรมการเรียนรู้

  • อ่านป้ายราคาของจากร้านค้าและสามารถเขียนแปลงเป็นหน่วยบาทและสตางค์ได้ เช่น 3.50 บาท คือ ราคาสามบาทห้าสิบสตางค์
  • เล่นซื้อขายของกับเพื่อนโดยใช้เงินเด็กเล่น, สามารถใช้หลายวิธีในการจ่ายเงินเช่น ของราคาหกบาทอาจใช้เหรียญห้าบาทและเหรียญหนึ่งบาท หรือหยิบเหรียญสองบาทมาสามเหรียญก็ได้
  • ฝึกรวมจำนวนเงินและทอนเงินด้วยเงินเด็กเล่น
  • แบ่งกลุ่มกันสร้างโจทย์ปัญหาเรื่องราคาของโดยใช้ข้อมูลจากแค็ตตาล็อกหรือใบปลิวโฆษณา แล้วให้เพื่อนกลุ่มอื่นมาทาย

ตัวอย่าง

• ทบทวนค่าของเงินต่างๆ

• สามารถบอกค่าของเงินได้ถูกต้อง

• เข้าใจว่าค่าของเงินจำนวนเดียวกันอาจใช้ธนบัตรและเหรียญที่แตกต่างกันได้

• จากภาพ ถ้าซื้อของทั้งสองชิ้นนี้ด้วยธนบัตร 100 บาท จะได้เงินทอนเท่าไหร่ (ให้เด็กฝึกทอนเงินด้วยเงินเด็กเล่น)

• ให้เด็กฝึกเล่นซื้อขายของ จ่ายเงินและทอนเงิน อาจซื้อหลายๆชิ้นรวมกัน

🟣หัวข้อการเรียนรู้เรื่องการวัดและเรขาคณิต🟣

ความยาว, มวลและปริมาตร

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • การวัด

– ความยาวเป็นหน่วยเมตรและเซนติเมตร

– มวลเป็นกิโลกรัมและกรัม

– ปริมาตรของเหลวเป็นลิตร

  • การวัดและวาดความยาวของเส้นตรงเป็นหน่วยเซนติเมตร
  • เลือกใช้หน่วยวัดและใช้ตัวย่อได้ถูกต้อง (cm, m, g, kg, l)
  • เปรียบเทียบและเรียงลำดับ

– ความยาว

– มวล

– ปริมาตร

  • แก้โจทย์ปัญหาเรื่องความยาว,มวลและปริมาตรได้

กิจกรรมการเรียนรู้

  • ตระหนักว่า คำว่า “น้ำหนัก” หมายถึง”มวลสาร”
  • เปรียบเทียบมวลสารของวัตถุโดยใช้ตาชั่งสองแขน
  • ใช้สิ่งของที่หาได้รอบตัวในการมาฝึกกะขนาดของ

– ความยาว 1 เมตรและ 1 เซนติเมตร เช่นไม้เมตร,ไม้บรรทัด,นิ้วมือ

– ความหนักของมวล 1 กิโลกรัมและ 1 กรัม เช่น ห่อน้ำตาล, ห่อแป้ง, เข็มหมุด, กระดาษ

– ปริมาตรของเหลว 1 ลิตร เช่นขวดน้ำดื่ม, น้ำมันพืช, ภาชนะบรรจุขนาด 1 ลิตรที่มีรูปร่างต่างๆ

  • ใช้ 1 ช่วงแขนเพื่อวัดขนาดประมาณ 1 เมตรและฝึกกะระยะหน่วยเป็นเมตร
  • แบ่งกลุ่มกันเพื่อฝึกวัดความยาวของวัตถุรูปโค้งโดยใช้เชือกทาบ
  • ทำงานเป็นกลุ่มวัดความยาวหรือมวลวัตถุโดยใช้หน่วยวัดที่เหมาะสม, อธิบายว่าทำไมถึงเลือกใช้หน่วยวัดนั้นและทำการวัดสำเร็จได้อย่างไร
  • ทดลองกะความยาว, มวลและปริมาตรก่อนลงมือวัดจริง และฝึกใช้คำว่า “ประมาณเท่ากับ”

ตัวอย่าง

• จากภาพ ให้เรียงลำดับความสูงของต้นไม้จากเตี้ยสุดไปสูงสุด (A C D B)

การวัดความยาวด้วยหน่วยที่ไม่มาตรฐานเช่นคลิปหนีบกระดาษ และหน่วยมาตรฐาน เช่น เซนติเมตรและเมตร

• ให้ช่วยกันวัดความยาวเชือกและเรียงลำดับจากสั้นที่สุดไปหายาวที่สุด

• ลองกะประมาณและวัดความยาวด้วยหน่วยเมตร

• ฝึกเปรียบเทียบมวลสารด้วยตาชั่งแบบสองแขน

(กล้วย เบากว่าสับปะรด เบากว่าแตงโม)

• ฝึกชั่งและเปรียบเทียบมวลสารด้วยหน่วยกรัม

• ฝึกชั่งและเปรียบเทียบมวลสารด้วยหน่วยกิโลกรัม

(สับปะรด 1กิโลกรัม เบากว่ากล้วย 2 กิโลกรัม เบากว่าแตงโม 8 กิโลกรัม)

• กิจกรรมชั่งน้ำหนักตัวและเปรียบเทียบมวลของนักเรียนในชั้นเรียน

• ถ้าภาชนะรูปทรงเหมือนกันสามารถเปรียบเทียบปริมาตรของเหลวที่บรรจุอยู่ได้จากความสูงของระดับน้ำ

(A D B C)

• ทำความเข้าใจเรื่องปริมาตรของเหลวที่เท่ากัน โดยเทน้ำจากภาชนะหนึ่งไปยังอีกภาชนะหนึ่งที่รูปทรงต่างกัน จะเห็นว่าปริมาตรของเหลวยังคงเดิมถึงระดับน้ำจะเปลี่ยนไปก็ตาม

•โถกาแฟใบนี้มีกาแฟบรรจุอยู่เต็ม เทใส่ถ้วยกาแฟได้ประมาณเกือบเต็ม 6 แก้ว

•จากภาพจะเห็นว่าโถใส่กาแฟนี้มีความจุปริมาตรประมาณเท่ากับถ้วยกาแฟ 6 แก้ว

• ฝึกกะประมาณปริมาตรของภาชนะต่างๆที่พบได้ทั่วไปเมื่อเปรียบเทียบกับ 1 ลิตร

ลองวัดปริมาตรและเติมปริมาตรของเหลวลงในช่องสี่เหลี่ยม

เวลา

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • บอกเวลาทีละช่วง 5 นาทีได้
  • บอกเวลาเป็น “นาฬิกา” ได้ (8นาฬิกา) (am,pm)
  • ใช้หน่วยชั่วโมงและนาทีได้ (8นาฬิกา 5นาที)
  • วาดแขนนาฬิกาเพื่อบอกเวลาบนหน้าปัดเปล่าได้
  • เข้าใจช่วงเวลา 1 ชั่วโมงและครึ่งชั่วโมง

กิจกรรมการเรียนรู้

  • ใช้หน้าปัดนาฬิกาจำลองเพื่อเรียนรู้เรื่องช่วงเวลาทีละ 5นาทีและโยงเข้ากับเวลาจริงในชีวิตประจำวันได้
  • ฝึกบอกเวลาเพิ่มทีละ 5 นาทีขณะที่หมุนเข็มนาทีบนหน้าปัดนาฬิกาจำลองเพิ่มจากตัวเลข 1ไป 2, 3, 4, 5… และเชื่อมโยงกับการคูณจำนวนแม่ 5
  • ผลัดกันเล่นหมุนเข็มนาฬิกาจำลองแล้วให้เพื่อนบอกเวลา
  • บอกเวลาเป็นนาฬิกาและสัมพันธ์กับกิจกรรมในชีวิต เช่น “เข้าแถวเวลา 8 นาฬิกา” “เข้านอนเวลา 20นาฬิกา 30นาที” (8.30 pm)
  • ใช้ตารางกิจกรรมต่างๆเช่น ตารางสอน รายการโทรทัศน์ เพื่อบอกและเขียนเวลา และสามารถบอกได้ว่ากิจกรรมนั้นนาน 1 หรือ ครึ่งชั่วโมง เช่น การ์ตูนเรื่องนี้นานครึ่งชั่วโมง

ตัวอย่าง

• ทำความเข้าใจเรื่องหน่วยต่างๆของเวลา

• ทำความเข้าใจเรื่องการหมุนของเข็มสั้นและยาว

• นำหน้าปัดนาฬิกาจำลองมาหมุนเพื่อศึกษาเรื่องเวลา

• เข้าใจว่า เลข 1,2,3,4,5…12 หมายถึง เวลาเพิ่มขึ้นทีละห้านาที (เปรียบเทียบกับการคูณ 5)

รูปร่างสองมิติ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • สามารถจำได้,บอกชื่อถูกและบรรยายลักษณะของรูปร่างเรขาคณิต

– ครึ่งวงกลม

– หนึ่งในสี่ของวงกลม

  • ระบุได้ว่ารูปที่ให้มาประกอบไปด้วยรูปร่างเรขาคณิตชนิดไหนบ้าง
  • สามารถนำรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า, สี่เหลี่ยมจัตุรัส, สามเหลี่ยม, ครึ่งวงกลม, หนึ่งในสี่ของวงกลม มาประกอบกันสร้างรูปร่างใหม่ๆได้
  • สามารถคัดลอกรูปร่างสองมิติตามแบบโดยใช้สมุดกราฟตารางจุด(dot grid) หรือกราฟสี่เหลี่ยมจัตุรัส(square grid)ได้

กิจกรรมการเรียนรู้

  • นำรูปร่างครึ่งวงกลมและหนึ่งในสี่ของวงกลมมาประกอบกันเป็นวงกลม
  • ฝึกทายรูปร่างสองมิติจากคำบรรยาย
  • ทำเข้าใจและเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างในแง่มุมต่างๆเช่น เส้นตรง, เส้นโค้ง, ขนาด, สี ของรูปร่างสองมิติต่างๆได้
  • แบ่งกลุ่มช่วยกันสร้างรูปร่างต่างๆเช่น เรือ บ้านจากรูปเรขาคณิตและให้เพื่อนกลุ่มอื่นมาหาว่าประกอบขึ้นจากรูปร่างเรขาคณิตอะไรบ้าง
  • ให้สร้างแพทเทิร์นจากรูปร่างเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แง่มุมต่างๆเช่น ขนาด สี รูปร่าง ทิศทาง และอธิบายลักษณะของแพทเทิร์น

ตัวอย่าง

• จากภาพ มีรูปร่างเรขาคณิตอะไรบ้างและมีชนิดละเท่าไหร่?

• A จงวาดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่มีด้านยาว 4 ช่อง

• B จงวาดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้าง 1 ช่องและยาว 7 ช่อง

• C จงวาดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีความกว้าง 5 ช่องและยาว 8 ช่อง

• D และ E จงลอกรูปตามแบบ

• A จงวาดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาว 4 ช่องและกว้าง 2 ช่อง

• B จงวาดรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสที่ยาวด้านละ3 ช่อง

• C จงวาดรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ยาว 6 ช่องและกว้าง 2 ช่อง

• D จงวาดรูปสามเหลี่ยมที่มีความสมมาตรมา 1 รูป

• E จงลอกรูปตามแบบ

• ให้วาดภาพของเส้นสมมาตรของตัวอักษรตามภาพ

• เรียนรู้เรื่องแพทเทิร์นของรูปร่างสองมิติ

รูปทรงสามมิติ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • สามารถจำรูปทรงสามมิติได้และบอกชื่อถูก

– ลูกบาศก์

– ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก

– ทรงกรวย

– ทรงกระบอก

– ทรงกลม

– ทรงปิรามิด

กิจกรรมการเรียนรู้

  • จำได้,บอกชื่อถูกและบรรยายลักษณะของรูปทรงสามมิติที่พบเห็นในชีวิตประจำวัน
  • นำวัตถุรูปทรงสามมิติใส่ถุงปิดไม่ให้มองเห็นได้ ให้เด็กลองจับสัมผัสและทายว่าคือรูปทรงอะไร
  • สามารถเปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของวัตถุรูปทรงสามมิติในแง่มุมต่างๆได้ เช่น หน้าตัด, มุม, ขนาด, สี, ความสามารถในการกลิ้งได้
  • แบ่งกลุ่มช่วยกันแยกประเภทรูปร่างสามมิติ โดยมีวิธีการแบ่งประเภทหลากหลายวิธี และอธิบายว่าใช้วิธีการไหนในการแบ่งประเภท
  • แบ่งกลุ่มช่วยกันสร้างรูปร่างสามมิติต่างๆจากบล็อกสามมิติหรือภาพจำลองจากคอมพิวเตอร์
  • สร้างแพทเทิร์นจากรูปทรงสามมิติโดยใช้หนึ่งหรือสองแง่มุม เช่นขนาด รูปร่าง สี ทิศทาง และอธิบายลักษณะของแพทเทิร์น
  • แบ่งกลุ่มช่วยกันสร้างแพทเทิร์นจากรูปทรงสามมิติและให้กลุ่มอื่นมาทายว่ารูปทรงใดที่หายไป และอธิบายลักษณะของแพทเทิร์น

ตัวอย่าง

• เข้าใจและจำชื่อรวมถึงลักษณะของรูปทรงสามมิติได้ รวมถึงดูออกว่าวัตถุที่พบเห็นในชีวิตจริงเป็นรูปทรงอะไร

• ศึกษาลักษณะของรูปทรง ว่ามีกี่มุม กี่ด้าน มีผิวเรียบและผิวโค้งกี่แห่ง เช่น รูปทรงลูกบาศก์มี 8 มุมแหลม(vertices) มี 12 ขอบ(edges) มีผิวเรียบ 6 แห่ง(flat surfaces) ไม่มีผิวโค้ง(curved surfaces)

🟢หัวข้อการเรียนรู้เรื่องสถิติ🟢

แผนภูมิรูปภาพที่มีมาตราส่วน

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • อ่านและวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพที่มีมาตราส่วนได้
  • สามารถแก้โจทย์ปัญหาชั้นเดียวโดยใช้ข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพได้

กิจกรรมการเรียนรู้

  • แบ่งกลุ่มช่วยกันตั้งโจทย์ปัญหาปัญหาและช่วยกันหาคำตอบโดยการรวบรวมข้อมูลจากหลายๆห้องเรียนหรืออินเตอร์เน็ต,ช่วยกันทำแผนภูมิรูปภาพเพื่อแสดงข้อมูลและอธิบายว่าทำไมถึงใช้ “มาตราส่วน” แทนการแสดงผลเป็นภาพจำนวนจริงๆ
  • แบ่งกลุ่มทำแผนภูมิรูปภาพทั้งในแนวนอนและแนวตั้ง, ช่วยกันแต่งเรื่องราวโดยใช้ข้อมูลจากแผนภูมิมาบรรยาย

ตัวอย่าง

• ให้ลองใช้มาตราส่วนในการสร้างแผนภูมิรูปภาพแทนใช้รูปแทนจำนวนเป็น 1:1 เช่น 1รูปแทนจำนวน 2

• การใช้มาตราส่วนเป็นการใช้ความรู้เรื่องการคูณด้วย

• ให้ฝึกทำแผนภูมิตามแนวตั้งด้วย

• ให้ทำแผนภูมิ Venn Diagram ต่อเนื่องจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยเขียนวงกลมล้อมรอบข้อมูลที่ต้องการ

• จากไดอะแกรมเป็นการจัดประเภทรูปร่าง ในวงกลมซ้ายมือคือรูปวงกลมทั้งหมด ส่วนในวงกลมขวามือคือรูปร่างสีน้ำเงินทั้งหมด

• ให้ทำแผนภูมิ Carroll Diagram ต่อเนื่องจากชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยทำช่องตารางเพื่อแบ่งประเภทของข้อมูลที่ต้องการ

• จากไดอะแกรมจะแยกสัตว์ออกเป็นประเภท “เป็นสัตว์เลี้ยง” กับ “ไม่ใช่สัตว์เลี้ยง” และ “มีขา” กับ “ไม่มีขา”

จากที่Bmumได้เล่ามา อาจไม่ครบถ้วนสมบูรณ์นักแต่ก็คงพอได้ทำให้ผู้อ่านเห็นภาพของเนื้อหาและการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ของสิงคโปร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ไม่มากก็น้อย แล้วบทความต่อๆไปBmumจะหาตัวอย่างข้อสอบชั้นประถม 2 ของโรงเรียนในสิงคโปร์มาให้ดูเป็นแนวทางนะคะ เพื่อตัวเองและผู้อ่านจะได้เข้าใจชัดเจนขึ้นถึงวัตถุประสงค์ของหลักสูตรของเขา

สำหรับข้อมูล Bmum อ้างอิงมาจากคู่มือการจัดการเรียนการสอนคณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ และ max math primary 2

ผู้เขียน:

คุณแม่ลูกหนึ่งผู้มีประสบการณ์ทำงานในวงการเกี่ยวกับเด็กมาสิบกว่าปี มีความเชี่ยวชาญด้านเกี่ยวกับจิตวิทยาและพัฒนาการเด็ก ยังเป็นแค่บล็อกเกอร์มือใหม่ แต่ไฟแรง🔥

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s