Posted in คณิตศาสตร์

🔢ส่องดูหลักสูตรคณิตศาสตร์สิงคโปร์ อนุบาลถึงประถม3 (5)🧮

📕ชั้นประถม 1✏️:เนื้อหาการเรียนคณิตศาสตร์ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ตามหลักสูตรสิงคโปร์

หลังจากจบเรื่องคณิตศาสตร์สิงคโปร์ระดับชั้นอนุบาลในบทความตอนที่ 1, 2, 3 และ 4 ในบทความนี้ Bmum จะพาส่องดูเนื้อหาการเรียนคณิตศาสตร์หลักสูตรสิงคโปร์ ชั้นประถม 1ว่าเขาเรียนอะไรกันบ้างและมีวิธีการเรียนการสอนอย่างไร โดยรีวิวมาจากหนังสือเรียน แต่ขอไม่ใช้ภาพถ่ายโดยตรงจากหนังสือมากนักเพราะเกรงจะผิดเรื่องกฎหมายลิขสิทธิ์

…ก่อนอื่นต้องขอทบทวนคร่าวๆถึงโครงสร้างของหลักสูตรคณิตศาสตร์สิงคโปร์ ชั้นประถมศึกษา(Syllabus Organisation)ว่าประกอบด้วยแกนหลักอะไรบ้าง…

จากหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการสิงคโปร์ชั้นประถมศึกษา เนื้อหาการเรียนวิชาคณิตศาสตร์จะแบ่งออกเป็น 3 หัวข้อหลัก คือ

  • จำนวนและพีชคณิต(Number and Algebras)
  • การวัดค่าและเรขาคณิต(Measurement and Geometry)
  • สถิติ(Statistics)

ซึ่งนักเรียนจะเรียนรู้เนื้อหาเหล่านี้ไปพร้อมๆกับที่ครูพยายามจะสร้างทักษะต่างๆที่สำคัญให้เกิดขึ้นมา เช่น ทักษะการคิด(thinking),การใช้เหตุผล(reasoning), การสื่อสาร(communication), การนำไปประยุกต์ใช้(applications), และการใช้สัญชาตญาณและสามัญสำนึก(heuristics) โดยการเรียนการสอนจะเน้นให้เด็กฝึกแก้ปัญหา(problem solving)เป็นวิธีการสำคัญที่ใช้ในชั้นเรียน

หลังจากที่นักเรียนได้ผ่านการปูพื้นฐานมาอย่างแน่นหนาด้านจำนวนและตัวเลข,รูปร่างและรูปทรงเรขาคณิตต่างๆ รวมถึงแพทเทิร์นและลำดับก่อน-หลัง ด้วยการให้เล่นและหยิบจับกับวัตถุของจริงให้มากที่สุดในชั้นอนุบาลแล้ว คราวนี้พอเด็กขึ้นชั้นประถม 1 ก็ถึงเวลาเริ่มเป็นรูปแบบการเรียนจริงจัง

เนื้อหาการเรียนคณิตศาสตร์ชั้นประถม 1 ตามหลักสูตรสิงคโปร์

🔴หัวข้อการเรียนรู้เรื่องจำนวนและตัวเลข🔴

1. จำนวนถึง 100

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • นับจำนวนของวัตถุที่ให้มาได้
  • บันทึกค่าจำนวนได้ทั้งหลักหน่วยและหลักสิบโดยวาดภาพหรือทำสัญลักษณ์
  • อ่านและเขียนตัวเลข,คำศัพท์แทนจำนวนได้
  • เปรียบเทียบค่าจำนวนตั้งแต่สองชุดขึ้นไปได้
  • เรียงลำดับจำนวนจากน้อยไปมากได้
  • เข้าใจแพทเทิร์นของจำนวนและตัวเลข
  • เข้าใจเรื่องลำดับที่
  • สามารถใช้ number bonds ของจำนวนได้ถึง 10

กิจกรรมการเรียนรู้

  • ใช้number bonds และสร้างนิทานจำนวน(number stories)จาก number bonds ได้ถึง 10
  • จัดกลุ่มจำนวนเป็น 10(ชุดสิบ)และนับเศษที่เหลือหลักหน่วยต่อไปได้
  • ใช้วัตถุจริงแสดงภาพจำนวนหลักสิบและหลักหน่วย และเปรียบเทียบด้วยคำว่า มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน ได้
  • เล่นเกมโดยใช้การ์ดจุดจำนวนและการ์ดรูปภาพ, การ์ดตัวเลขและการ์ดคำศัพท์จำนวน
  • ให้บรรยายแพทเทิร์นของจำนวนที่ลดและเพิ่มทีละ 1,ให้ลองต่อแพทเทิร์นให้ยาวขึ้น และทายว่าสิ่งที่หายไปจากแพทเทิร์นคืออะไร

ตัวอย่าง

  • การนับจำนวนในชั้นเรียนประถม1 นี้จะเริ่มเปลี่ยนจากวัตถุของจริง มายังรูปภาพ และฝึกให้เด็กเขียนจุดแทนจำนวน(•), ตัวเลข(1)และคำศัพท์ที่ใช้เขียน(หนึ่ง)
  • ความสามารถนับจำนวน,วาดรูปแทนจำนวนและเขียนตัวเลขต้องทำได้ถึง 100 เด็กจะเข้าใจระบบการเขียนตัวเลขโดยสังเกตหาแพทเทิร์นการเรียงลำดับของหลักสิบและหลักหน่วย เช่นการนับเพิ่มทีละสิบจะเขียนตัวเลขตัวแรกเพิ่มทีละ1(1,2,3…10)แล้วต่อท้ายด้วยเลข0 (10,20,30,…100) เป็นต้น
  • จะมีการฝึกให้เด็กกะจำนวนก่อนนับจริง(subtizing) เช่นลองมองเป็นภาพกลุ่มจำนวน 5 ว่ามีกี่กลุ่ม จะทำให้กะง่ายขึ้น
  • มีการนำเส้นจำนวน(number line) มาใช้สอนเพื่อให้เข้าใจการเพิ่มและการลดลงของจำนวน และ number bonds เพื่อให้เข้าใจเรื่องการแบ่งส่วนของจำนวน(part-whole relationship) โดยเด็กต้องเขียนnumber line และ number bonds ได้อย่างน้อยถึงจำนวน 10 ขึ้นไป
  • ต้องมีการใช้ของจริงหรือรูปภาพในการตั้งโจทย์ปัญหาเรื่องแพทเทิร์นของจำนวนตามหลักการ CPA(Concrete-Pictorial-Abstracts) ที่Bmumเคยพูดถึงในบทความตอนที่ 1 เช่นโจทย์คำถามในรูปนี้ว่าตัวเลขถัดไปคืออะไร(6,5,4,?) เด็กจะสังเกตเห็นแพทเทิร์นการลดลงทีละ1ลูกของลูกปัด เด็กจะหาคำตอบโดยการใส่ลูกปัดลงไปในแท่งไม้ที่ว่างอยู่เพื่อเป็นการต่อแพทเทิร์น แล้วนับจำนวนลูกปัดออกมา จะได้คำตอบเท่ากับ 3
  • ให้เด็กฝึกเปรียบเทียบจำนวนว่า มากกว่า น้อยกว่า เท่ากัน มากสุด หรือน้อยสุด โดยเปรียบเทียบจากทั้งของจริง, รูปภาพ,จุดแทนจำนวน และสัญลักษณ์ตัวเลขในที่สุด
  • มีการสอนเรื่องตัวเลขที่ใช้แสดงลำดับที่ด้วย ไม่ได้แปลว่าจำนวนมากน้อยต่างกันแต่หมายถึงการเรียงลำดับจากก่อนไปหลัง หรือหมายถึงการเรียงลำดับจากตำแหน่งหน้าสุด ตรงกลาง ไปตำแหน่งหลังสุด

2. การบวกและการลบ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • เข้าใจหลักการของการเพิ่มขึ้นและลดลงไปของจำนวน
  • ใช้เครื่องหมาย +,-และ =ได้
  • เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างการบวกและการลบ
  • การบวก,ลบเลขหนึ่งหลักสองจำนวนขึ้นไป
  • การบวกและลบจำนวนไม่เกิน 100
  • การบวกและลบโดยใช้ algorithms
  • การแก้โจทย์ปัญหาชั้นเดียวเรื่องบวกและลบที่จำนวนไม่เกิน 20
  • เริ่มฝึกการคำนวณบวกและลบในใจ(จำนวนไม่เกิน20,เลขสองหลักและหนึ่งหลัก,เลขสองหลักและจำนวนเต็มสิบ)

กิจกรรมการเรียนรู้

  • แบ่งกลุ่มช่วยกันแต่งนิทานเกี่ยวกับการบวกและลบจำนวนโดยใช้วัตถุจริงหรือรูปภาพ และหัดเขียนสมการที่มีเครื่องหมาย +,-,=
  • เขียนสมการบวกและลบได้จากnumber bonds ที่ให้มา
  • ฝึกกลยุทธ์ในการบวกลบเช่นนับไปข้างหน้า,นับถอยหลัง,จัดกลุ่มให้เป็นชุดสิบก่อน ให้คล่องแคล่วชำนาญจนเริ่มกลายเป็นความจำ(memmory)
  • เปรียบเทียบจำนวนสองจำนวนที่มีค่าไม่เกิน20ว่าต่างกันเท่าไหร่ โดยใช้วิธีการลบออก
  • ฝึกฝนการบวกลบเลขจำนวนไม่เกิน20ให้คล่องชำนาญผ่านการเล่นเกมต่างๆที่หลากหลาย
  • ใช้โมเดล “ชุดสิบ” เพื่อให้เด็กเข้าใจalgorithmsของการบวกลบเลขสองหลัก

ตัวอย่าง

  • ใช้ number bonds ให้เข้าใจความสัมพันธ์ของการบวกและลบ ว่าจำนวน5และ3 รวมกันเป็น 8 (5+3=8) ดังนั้นเมื่อเอาจำนวน5 ออกไปจาก 8 ก็ย่อมเหลือ 3(8-5=3)และเมื่อเอาจำนวน3 ออกไปจาก 8 ก็ย่อมเหลือ 5(8-3=5)เป็นต้น
  • อธิบายจากภาพถึงหลักการเพิ่มขึ้นของจำนวน ให้เด็กฝึกใช้เส้นจำนวนและเขียนสมการที่มีเครื่องหมาย + และ =
  • สอนการลบออกให้เข้าใจ ด้วยการให้เด็กลองใช้กากบาทขีดทับรูปจำนวนที่เอาออกไปแล้วนับจำนวนที่เหลือ และใช้เส้นจำนวนนับถอยหลังแทนการลดลงของจำนวนทีละ 1
  • ฝึกให้ใช้ number bonds ในการลบออกและหัดเขียนสมการที่มีเครื่องหมาย -,=
  • ใช้โมเดล “ชุดสิบ” มาสอนแพทเทิร์นการเพิ่มขึ้นและลดลงของจำนวน คือการเห็นภาพของตัวเลขสองหลัก ว่าหลักสิบคือมีแถวของจำนวนสิบ มารวมกับเศษที่เหลือเป็นหลักหน่วย เพื่อให้สามารถเข้าใจalgorithm หรือแพทเทิร์นในการบวกลบเลขสองหลักได้ต่อไป
  • สอนalgorithmการบวกลบเลขสองหลักโดยอิงจากระบบ “ชุดสิบ” คือพยายามจัดระเบียบจำนวนให้เป็นชุดสิบก่อนค่อยนับคำตอบเป็นชุดสิบ+หลักหน่วยที่เหลือ นำไปสู่การคำนวณในใจ(mental calculation)ด้วยการเห็นภาพในสมองเป็น “ชุดสิบ”
  • เด็กได้นำสิ่งที่เรียนมาประยุกต์ใช้ด้วยการแต่งนิทานหรือเล่าเกี่ยวกับการบวกลบจำนวน

3. การคูณและการหาร

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • เข้าใจหลักการเรื่องการคูณและหารว่าคืออะไร
  • เริ่มลองใช้เครื่องหมาย x
  • การฝึกคูณจำนวนไม่เกิน 40
  • การฝึกหารจำนวนไม่เกิน 20
  • การแก้โจทย์ปัญหาชั้นเดียวเกี่ยวกับการคูณและหารโดยใช้รูปภาพแทนจำนวน

กิจกรรมการเรียนรู้

  • ให้วางวัตถุจำนวนเท่ากันเป็นชุดๆและฝึกการนับเพิ่มเป็นชุดๆ เช่น มีของชุดละ 5 อยู่สองชุด รวมกันเป็น 10
  • ฝึกแจกของให้เพื่อนเท่าๆกันแล้วนับดูว่ารวมทั้งหมดเป็นเท่าไหร่เพื่อทำความเข้าใจเรื่องการคูณ และมาอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน
  • ฝึกแบ่งของออกให้เป็นกองละเท่าๆกัน พูดคุยแลกเปลี่ยนกันในกลุ่มเพื่อทำความเข้าใจเรื่องการหาร

ตัวอย่าง

  • ใช้วัตถุจริงและรูปภาพเพื่อสอนให้เด็กเข้าใจหลักการของทวีคูณ(double) และการแบ่งครึ่ง(half)
  • ให้ฝึกนับจำนวนด้วยการจับคู่วัตถุที่มีจำนวนเท่ากันเป็นทวีคูณก่อนแล้วค่อยนับเศษที่เหลือ

4. เงิน

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • การนับจำนวนเงินได้ เข้าใจค่าและหน่วยของเงิน
  • ทำความรู้จักชนิดของเหรียญและธนบัตร
  • สามารถแก้โจทย์ปัญหาชั้นเดียวอย่างง่ายๆเรื่องการรวมค่าของเงินจากเหรียญและธนบัตรและการทอนเงิน

กิจกรรมการเรียนรู้

  • ลองพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องการใช้จ่าย ซื้อของกับเพื่อนๆ
  • รู้จักและจำค่าของเหรียญและธนบัตรชนิดต่างๆได้ สามารถเรียงลำดับจากค่าน้อยสุดไปมากสุดได้
  • สามารถจับคู่ธนบัตรและเหรียญต่างๆที่มีมูลค่าเงินเท่ากันได้
  • เข้าใจว่าเหรียญที่มีตัวเลขมากกว่าไม่ได้แปลว่ามีมูลค่าเงินมากกว่า เช่นเหรียญห้าสิบสตางค์จะมีมูลค่าน้อยกว่าเหรียญ1บาท
  • เล่นซื้อขายของและฝึกการทอนเงินกับเพื่อนๆโดยใช้เงินเด็กเล่น

ตัวอย่าง

  • ฝึกการเรียนรู้เรื่องค่าของเงินจากเหรียญและธนบัตรชนิดต่างๆ
  • ลองหาราคาของจากภาพเหรียญและธนบัตรที่ต้องใช้แลก
  • ฝึกเตรียมเหรียญและธนบัตรให้มีมูลค่าพอดีกับราคาของ

🟢หัวข้อการเรียนรู้เรื่องการวัดและเรขาคณิต🟢

1. การวัดความยาว

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • ฝึกวัดความยาวของวัตถุด้วยหน่วยวัดที่ไม่มาตรฐานเพื่อให้เข้าใจความหมายของ “หน่วยวัดความยาว”

กิจกรรมการเรียนรู้

  • แบ่งกลุ่มช่วยกันวัดความยาวของวัตถุด้วยสิ่งของรอบตัว เช่นคลิปหนีบกระดาษ สีเทียน มือ ให้อธิบายว่าทำไมถึงเลือกหน่วยวัดนี้ และทำการวัดอย่างไร
  • ให้ลองกะความยาวของวัตถุก่อนวัดจริงและฝึกใช้คำพูดว่า “ยาวประมาณ”

ตัวอย่าง

  • การวัดด้วยหน่วยวัดความยาวที่ไม่มาตรฐาน
  • ทำความเข้าใจความหมายของความสูง(tall) กับ ตำแหน่งที่สูง(high) ว่าแตกต่างกัน
  • เปรียบเทียบความยาวด้วยคำว่า สั้นกว่า,ยาวกว่า,สั้นที่สุด,ยาวที่สุด
  • เปรียบเทียบความสูงด้วยคำว่า เตี้ยกว่า,สูงกว่า,เตี้ยที่สุด,สูงที่สุด
  • เปรียบเทียบตำแหน่งที่สูงด้วยคำว่า อยู่ต่ำกว่า,อยู่สูงกว่า,อยู่ต่ำที่สุด,อยู่สูงที่สุด
  • เรียงลำดับจากสั้นสุดไปยาวสุด,เตี้ยสุดไปสูงสุด และตำแหน่งต่ำสุดไปตำแหน่งสูงที่สุดได้
  • ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ความรู้เรื่องความยาวทั้งหมดที่เรียนมา
  • นอกจากเรื่องการวัดความยาวตามหลักสูตรแล้ว ในหนังสือเรียนยังมีเกริ่นนำเรื่องการวัดและเปรียบเทียบน้ำหนัก,มวลสารอย่างง่ายๆ
  • ถึงไม่ได้กำหนดในหลักสูตรแต่ในหนังสือเรียนก็เริ่มมีการสอนเรื่องปริมาตรและความจุเบื้องต้นโดยใช้หน่วยวัดที่ไม่มาตรฐาน เช่นใส่ลูกแก้วลงไปได้กี่ลูก และปริมาตรของเหลวเช่น เต็มเหยือก,ครึ่งเหยือก,ว่างเปล่า และให้ฝึกเปรียบเทียบความจุว่าภาชนะใดมีความจุมากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากัน

2. เวลา

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • บอกเวลาเป็นหน่วยชั่วโมงและครึ่งชั่วโมงได้

กิจกรรมการเรียนรู้

  • บอกเวลาจากหน้าปัดนาฬิกาและเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ในชีวิตประจำวันได้ เช่นกินข้าวกลางวันตอน 11 โมงเช้าและกินอาหารกลางวันตอน บ่าย 3 โมง
  • เรียงลำดับเหตุการณ์ตามเวลาเกิดก่อน-หลังได้ เช่นวันจันทร์มาก่อนวันอังคาร, กลางวันมาก่อนกลางคืน,เรียงลำดับวันในสัปดาห์และเดือนในหนึ่งปีได้

ตัวอย่าง

3. รูปร่างสองมิติและรูปทรงสามมิติ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • จำ บอกชื่อและแยกประเภทของรูปร่างสองมิติ(สี่เหลี่ยมผืนผ้า,สี่เหลี่ยมจัตุรัส,วงกลม,สามเหลี่ยม) และรูปทรงสามมิติ(ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก,ทรงลูกบาศก์,ทรงกลม,ทรงปิรามิด,ทรงกรวย,ทรงกระบอก)ได้
  • สร้างและต่อแพทเทิร์นของรูปร่างเรขาคณิตสองมิติโดยใช้ 1-2 คุณลักษณะ เช่นขนาด รูปร่าง สี ทิศทางของรูป

กิจกรรมการเรียนรู้

  • เด็กเห็นภาพหรือของจริงของรูปร่างสองมิติและรูปทรงสามมิติแล้วจำได้,บอกชื่อถูกต้อง
  • วาดเส้นตามขอบนอกของวัตถุสามมิติออกมาเป็นรูปร่างสองมิติได้
  • จำรูปร่างและรูปทรงได้แม้จะมีขนาดแตกต่างกันไปหรือหมุนเปลี่ยนทิศทางไปจากเดิม
  • ตัดกระดาษเพื่อทำรูปร่างสองมิติได้
  • ทายรูปร่างสองมิติออกมาได้จากการบรรยายรูปร่าง เช่น รูปที่มีมุมแหลมสามมุม มีด้านสามด้าน คืออะไร?
  • บอกได้ว่ารูปร่างสองมิติที่เห็นมีคุณสมบัติอะไรที่แตกต่างกัน เช่น ด้าน มุม ขนาด สี
  • ให้ช่วยกันแยกรูปร่างสองมิติออกเป็นหลายกลุ่มและอธิบายว่าใช้อะไรเป็นเกณฑ์ในการแบ่งกลุ่ม เช่นแบ่งตามจำนวนมุม ขนาด สี
  • สร้างและต่อแพทเทิร์นของรูปร่างเรขาคณิตโดยใช้ 1-2 คุณลักษณะ เช่นชนิดของรูป ขนาด รูปร่าง สี ทิศทาง
  • แบ่งกลุ่มสร้างแพทเทิร์น ให้กลุ่มอื่นมาเล่นเกมหาชิ้นส่วนที่หายไปในแพทเทิร์นที่สร้าง และ อธิบายได้ว่าเป็นแพทเทิร์นชนิดไหน เรียงแพทเทิร์นตามคุณลักษณะอะไรจ

ตัวอย่าง

  • จำชื่อของรูปร่างสองมิติได้ทั้งรูปภาพและวัตถุจริง
  • เริ่มทำความเข้าใจเรื่องความสมมาตรของรูปร่างสองมิติด้วยการลากเส้นตรงแนวแบ่งครึ่งของภาพ ถ้านำกระจกมาวางตรงเส้นจะเกิดภาพที่สมบูรณ์ (Bmumไม่เห็นว่ามีหัวข้อนี้ในหลักสูตรแต่กลับพบในหนังสือเรียน เหมือนให้เด็กทำความเข้าใจเบื้องต้นไปก่อน)
  • จำและบอกชื่อของรูปทรงสามมิติได้ ทั้งจากภาพและวัตถุจริง
  • แยกประเภทของรูปร่างเรขาคณิตได้ เช่น แยกตามชนิดรูปร่าง ตามขนาด ตามสี
  • ฝึกสร้างแพทเทิร์นจากรูปร่างเรขาคณิต และทายชิ้นส่วนที่หายไปจากแพทเทิร์นได้ รวมถึงอธิบายเหตุผลได้ว่าทำไมถึงคิดว่ารูปนี้เป็นชิ้นส่วนที่หายไป

🟡หัวข้อการเรียนรู้เรื่องสถิติ🟡

1. แผนภูมิรูปภาพ

วัตถุประสงค์การเรียนรู้

  • อ่านและวิเคราะห์ผลจากแผนภูมิรูปภาพ(และไดอะแกรมรูปภาพ)ได้

กิจกรรมการเรียนรู้

  • แบ่งกลุ่มช่วยกันรวบรวมข้อมูลจากเพื่อนในชั้นเรียน เช่น ชอบผลไม้ชนิดไหน หรือ เดินทางมาโรงเรียนด้วยวิธีไหน และนำข้อมูลมาสร้างกราฟรูปภาพเพื่อแสดงผล
  • ฝึกบรรยายข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพด้วยคำพูดเช่น “มากที่สุด” “ส่วนใหญ่” “น้อยที่สุด” “ส่วนน้อย” “จำนวนเท่ากัน” และอภิปรายกันในกลุ่ม
  • สร้างกราฟรูปภาพทั้งแนวนอนและแนวตั้ง และเล่าเรื่องจากข้อมูลในกราฟได้

ตัวอย่าง

  • เมื่อเด็กๆไปที่สวนและพบผีเสื้อหลายตัวจึงวาดรูประบายสีเพื่อจดบันทึก และแบ่งประเภทตามสีเป็นผีเสื้อสีฟ้า และไม่ใช่สีฟ้า
  • สามารถแบ่งกลุ่มโดยใช้ Venn diagram คือให้เขียนวงกลมล้อมรอบกลุ่มผีเสื้อสีฟ้าแยกจากกลุ่มที่ไม่ใช่สีฟ้า หรือใช้Carroll diagram คือทำตารางแบ่งช่องและวาดรูปผีเสื้อสีฟ้าในช่องหนึ่ง และผีเสื้อที่ไม่ใช่สีฟ้าลงในอีกช่องหนึ่ง
  • เริ่มสอนการแยกประเภทข้อมูลและจดบันทึกด้วยรูปภาพลงในแผนภูมิรูปภาพ(pictographs)
  • ฝึกใช้แผนภูมิรูปภาพ(pictographs) เพื่อแยกประเภทและวิเคราะห์ข้อมูลได้โดยง่าย
  • อาจให้เด็กวาดภาพ,ตัดรูปแปะหรือใช้คอมพิวเตอร์เพื่อทำกราฟ
  • ฝึกทำความเข้าใจข้อมูลจากแผนภูมิรูปภาพที่ได้รับ และสามารถใช้แผนภูมิในการวิเคราะห์ข้อมูลและตอบคำถามได้

สำหรับเนื้อหาการเรียนรู้คณิตศาสตร์ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1ตามหลักสูตรของสิงคโปร์ก็มีเพียงเท่านี้ ดูๆไปหัวข้อที่เรียนก็ไม่ได้ต่างจากหลักสูตรของประเทศอื่นๆมาก แต่วิธีการเรียนการสอนที่สำคัญคือต้องให้เด็กเข้าใจและเห็นภาพจริงจากการลงมือปฏิบัติและจากรูปภาพก่อนที่จะเริ่มใช้สัญลักษณ์นามธรรม เช่นตัวเลขและเครื่องหมายทางคณิตศาสตร์ต่างๆ รวมถึงต้องมีการแบ่งกลุ่มเพื่อช่วยกันแก้โจทย์ปัญหาและอภิปรายเพื่อแสดงความคิดเห็น เป็นการฝึกประสานงานร่วมมือกับผู้อื่นและฝึกสื่อสารความคิดของตัวเองให้ผู้อื่นเข้าใจด้วย

ข้อมูลอ้างอิงจากหนังสือ max math primary 1 A Singapore Approach

สำหรับเนื้อหาการเรียนรู้คณิตศาสตร์ตามหลักสูตรสิงคโปร์ของชั้นประถมศึกษาปีที่สอง โปรดติดตามได้ในบทความหน้านะคะ

ผู้เขียน:

คุณแม่ลูกหนึ่งผู้มีประสบการณ์ทำงานในวงการเกี่ยวกับเด็กมาสิบกว่าปี มีความเชี่ยวชาญด้านเกี่ยวกับจิตวิทยาและพัฒนาการเด็ก ยังเป็นแค่บล็อกเกอร์มือใหม่ แต่ไฟแรง🔥

One thought on “🔢ส่องดูหลักสูตรคณิตศาสตร์สิงคโปร์ อนุบาลถึงประถม3 (5)🧮

ส่งความเห็นที่ Puiky ยกเลิกการตอบ

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s